หน้าแรก ข่าววันนี้ “บอย-เจี๊ยบ” เปิดใจร่ำไห้ รัก 14ปี ฝ่ามรสุมค่าไฟยังไม่มีจ่าย จับมือใช้หนี้เกือบ 50ล้าน

“บอย-เจี๊ยบ” เปิดใจร่ำไห้ รัก 14ปี ฝ่ามรสุมค่าไฟยังไม่มีจ่าย จับมือใช้หนี้เกือบ 50ล้าน

 เป็นอีกคู่ ที่กำลังจะเข้าประตูวิวาห์ หลังคบหาดูใจกันมานาน 14ปี สำหรับนักร้องหนุ่ม บอย พีซเมกเกอร์ และหวานใจคนสวย เจี๊ยบ พิจิตตรา แต่กว่าจะถึงวันนี้ ทั้งคู่ต้องจับมือฝ่าฝันอุปสรรคมาอย่างหนัก ถึงขั้นไม่มีเงินแม้จะจ่ายค่าไฟ และหนี้สินจากการที่ร้านอาหารเกิดไฟไหม้ กว่า 48ล้าน

   โดยหนุ่มบอย พีซเมกเกอร์ และ เจี๊ยบ พิจิตตรา ได้ควงคู่มาเปิดใจในรายการ Club Friday SHOW ถึงเหตุการณ์มรสุดครั้งใหญ่ และเส้นทางความรักตลอดระยะเวลา 14ปี โดยหนุ่มบอยได้เล่าว่า 

“ตั้งใจไว้ตั้งแต่ปี 2556 เมื่อราว 6ปีที่แล้ว จะแต่งงานกัน แต่เนื่องจากร้านอาหารเกิดไฟไหม้ เลยไม่เหมาะกับการจัดงานรื่นเริง เมื่อ 14ปีก่อน เจอกันคือผมเจอเค้าก่อนในงานเปิดตัวหนังสือที่สยาม มันจะมีห้องให้นั่งรอ แล้วก็เห็นว่าคนนี้หน้าตาน่ารักดี แล้วตอนนั้นก็ไปถามพี่ๆว่าคนนี้ชื่อว่าอะไร แต่ไม่กล้าจีบในครั้งแรก และต้องขอบคุณผู้มีพระคุณ แม่สื่อ คือคุณเบนซ์ พรชิตา เดินไปขอเบอร์มาให้ และเก็บเบอร์ไว้นานเพราะไม่กล้าโทร

   เก็บเบอร์มานาน 6เดือน จนได้โทรไป และคุยกัน ตอนนั้นเจี๊ยบง่วงมาก เลยคุยกันแค่ 1นาทีกว่าๆเอง ด้านเจี๊ยบก็เล่าว่า ที่บ้านจะค่อนข้างเลี้ยงให้อยู่ในกรอบ ไม่อยากให้คบคนในวงการ และไม่อยากให้มีข่าวอะไรพวกนี้เท่าไหร่ เราเลยรู้สึกว่า เราก็ไม่พร้อมที่จะคบ  แม่ดุมากค่ะ ดุขนาดไล่เพื่อนกลับบ้านไปเลย เพราะเสียงดัง บอยบอกว่า 11เดือน กว่าที่เขาจะมาเจอ

   จนวันนั้นได้ไปบ้านเจี๊ยบ ซึ่งตอนนั้นเจี๊ยบตื่นเต้น และกลัวมาก ตอนนั้นเจี๊ยบหนีขึ้นข้างบนไปเลย เพราะกลัว เจี๊ยบเล่าต่อว่า ตอนนี้คุณแม่ก็รักคุณบอย คือคุณบอยเป็นคนละเอียดอ่อน คนเสมอต้นเสมอปลาย เข้าหาผู้ใหญ่ พอคุณบอยกลับไปก็ได้คุยกับคุณแม่ แม่ก็บอกว่า เราเป็นผู้หญิง สิ่งที่เราทำได้เลยคือ เห็นคุณค่าของตัวเอง รู้ว่าตัวเองมีคุณค่า เราจะต้องไม่ทำให้เค้ารู้สึกว่า เราไม่มีค่า เราต้องรู้ว่า เราควรจะทำตัวยังไง แล้วก็ไม่ควรที่จะทำอะไรเกินกว่าที่ควรจะเป็น คือทุกอย่างต้องให้ระบะเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ผู้ชายจะเห็นค่าเรา ก็ต่อเมื่อเราเห็นค่าของตัวเอง

   บอย ยอมรับว่าตัวเองเป็นคนขึ้หึง เจี๊ยบก็เล่าว่า เวลารับงานละคร คุณบอยก็จะมีถามว่า จับมือมั้ย เล่นกับกับใคร กอดมั้ย เจี๊ยบก็เล่าว่า ตนเองเคยโดนแฟนคลับของคุณบอยบุกไปถึงบ้าน เพื่อไปบอกไม่ให้คบกัน แต่สุดท้ายก็เคลียร์กันได้ โดยวันนั้นตนเองไม่อยู่ แต่เป็นคุณแม่ และน้องชายที่อยู่บ้าน บอยเล่าว่า ตอนที่คบกันจริงจังใหม่ๆ ก็ยังคงมีคนมาจีบเจี๊ยบตลอด เราเองใจร้อน ไม่เข้าใจว่าทำไมเค้าถึงไม่หยุด แต่ละคนเข้ามาก็มีแต่ไฮโซ “

   ไม่เคยคิดเลยว่าความรักจะยาวนานถึง 14ปี สำหรับตัวผมเอง วันต่อวันครับ หมายความว่า เราทำดีที่สุดให้กันในวันต่อวันแล้วอ่ะ ถ้าวันพรุ่งนี้มีคนมาทำดีกว่าเรา แล้วเค้าแฮปปี้ เราจะทำยังไงได้หล่ะ เจี๊ยบเล่าว่า ณวันแรกที่เราคุยกันว่าเราจะคบกัน ก็ไม่คิดว่ามันจะยาวนาน แล้วก็ผูกพันธ์ได้ยาวนานถึง 14ปี ก็คิดแค่ว่า เราเองก็ทำตัวเราเองให้ดีที่สุด เขาเองก็คงจะเต็มที่กับเราได้ดีที่สุด ก็ลองดูว่าความรักมันจะนานแค่ไหน ด้วยหลายๆอยบ่างทำให้เรารู้สึกว่า เรามีเค้าแล้วเราแฮปปี้ 

   14ปียาวนาน มีช่วงเบื่อมั้ย บอยตอบว่า เอาจริงๆเลยระครับ ทุกวันนี้ ยังคงรายงานกันทุกสเตปเหมือนเดิม ถ่ายรูปส่งให้ดูทั้งวัน อาจจะเพราะเราเริ่มกันมาแบบนี้ ด้วยความที่เริ่มจากการเป็นเพื่อนกันมาโดยตลอด ก็เลยไม่ได้มีความรู้สึกว่ามันเบื่อหรือน้อยลง มีช่วงเกือบเลิกมั้ย เจี๊ยบตอบว่า คือมีคนถามเยอะมาก ซึ่งหนูก็พยายามย้อนอ่ะค่ะ แต่มันไม่มี 

   ปี 2556 เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ร้านอาหาร โดยวันนั้น เจี๊ยบ ร้องไห้หนัก ถึงกับเป็นลมทรุดร่วง ซึ่งเป็นปีที่เตรียมจะแต่งงานกัน แต่ไฟไหม้ร้าน ที่สร้างมา ไหม้หมด แถมโดนฟ้องเรียกค่าเสียหายก้อนใหญ่เกือบ 50 ล้าน เจี๊ยบเผยว่า ร้องไห้ทุกวัน บอย รับว่า ตัวเองก็แอบร้องไห้ แต่ไม่ให้เจี๊ยบเห็น เสียใจมาก ฝันเรากำลังไปได้ดี เป็นเรื่องใหญ่ในชีวิต 9ปีในวงการ ไม่ได้แค่ศูนย์ ขั้นเตรียมขายเรือนหอ ไม่มีเงินผ่อน ต้องเจรจาเจ้าหนี้แต่ละคน ยังดีเหลือบ้านอยู่

   แก้วแหวนเงินทอง นาฬิการถ บอย บอกไม่เหลือเลย ขายหมด ใช้หนี้กว่า 48 ล้านบาท บอยและเจี๊ยบ ถึงกับสุดกลั้นน้ำตาไหลกลางรายการ บอยเล่านาทีสะเทือนใจ เจี๊ยบก็ถอดของมีค่ามาให้ บอกเอาไปขาย โดยบอยปล่อยโฮ เมื่อเผยถึงเรื่องนี้

   ขณะที่ เจี๊ยบ น้ำตาไหล บอกว่า ขอบคุณเหตุการณ์วันนั้น ทำให้รู้สึกว่า เราสองคนเก่ง ผ่านจุดนั้นมาได้ ทำกันเองสองคนได้ ในการชำระหนี้ และความรักที่เรามีให้กันมากกว่าเดิม บางเดือนมีค่าไฟมา เงินไม่พอจ่าย มองย้อนไปเราก็ผ่านมาได้ ตอนนี้ไม่กลัวอะไรแล้ว 3ปีชำระกันไปเรื่อยๆ เหลืออีกไม่เกิน2ปี

   การออกมาเล่าเรื่องนี้เหมือนมีมีดมาแทงเจ็บเท่าเดิมต้องพูดเรื่องนี้ คนมองเล่าเรื่องนี้ต้องร้องไห้ตลอด มาเป็นเราจะรู้ แต่ครั้งนี้พูดด้วยความภูมิใจเราผ่านมาได้

   บอย บอกว่า จากนั้นมาไม่ยึดติดของนอกกาย เราใส่เสื้อตัวละร้อยได้ กินข้าวข้างทาง ไม่ไปเที่ยวต่างประเทศเลย เราก็ทำได้ จุดนั้นมันพิสูจน์ใจเราไม่ได้ร่วมสุขกันเท่านั้น ทุกข์เราก็ร่วมกัน

ชมคลิป

ขอขอบคุณที่มา : Club Friday SHOW /Boy Peacemaker / Vin Buddy